Model Based Estimating

Model Based Estimating

banner

ดังที่กล่าวมาแล้วนั้นการประมาณราคาด้วยวิธีการของการสร้างโมเดลอาคารเป็น 3 มิตินี้ ทำให้การประมาณราคาด้วย Model Based นี้ต้องใช้ประสิทธิภาพของโปรแกรม CAD มากในการโมเดลรูปทรงและขนาดของอาคาร ซึ่งเทคโนโลยีการจำลองอาคาร 3 มิติเสมือนจริงนี้ เรียกว่า BIM – Building Information Modeling ซึ่งโปรแกรม CAD แต่ละค่าย ก็จะรองรับการโมเดลอาคารได้ยากง่ายแตกต่างกันไป หากใช้โปรแกรม CAD ที่ง่ายในการจำลองโมเดลอาคารและส่วนประกอบอาคารได้ง่ายและเสมือนจริงเท่าไร ก็จะช่วยให้นักประมาณราคาทำงานประมาณราคาได้ง่ายขึ้นเท่านั้น เช่น โครงสร้างโค้ง เอียง มีการเจาะรู หรือ บากคาน ได้
การประมาณราคาก่อสร้างแบบที่ใช้การวัดระยะจากพิมพ์เขียวซึ่งที่เรียกว่าแบบ PaperBased Estimating นั้นเป็นการทำงานโดยอาศัยการวัดระยะ และจำนวนนับจำนวน จากแบบก่อสร้าง เพื่อคำนวณหาปริมาณ ปริมาตร ของวัสดุและแรงงานที่จะใช้ ซึ่งวิธีการประมาณราคาก่อสร้างด้วยวิธี Paper Based นี้ เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด เพราะนักประมาณราคา ทำงานโดยการวัดระยะด้วยไม้สเกวมาตราส่วน (Scale) และนับจำนวนวัสดุที่ใช้จากระยะจากแบบก่อสร้าง ซึ่งเป็นกระดาษพิมพ์เขียว แล้วค่อยมาคำนวณปริมาณ หรือ ปริมาตร วัสดุที่ใช้ ด้วยเครื่องคิดเลขหรือโปรแกรมตารางคำนวณ (Spread Sheet) หรือ โปรแกรมประมาณราคา (Estimating Application) ที่นำมาช่วยทำงานนั้น ก็ยังอาศัยการนับ หรือ วัดระยะด้วยมนุษย์เองอยู่ดี เพียงแต่ว่าโปรแกรมนี้ช่วยให้คำนวณและจัดเรียงข้อมูลวัสดุได้ง่ายเป็น ระเบียบ และสามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้มากกว่าการใช้โปรแกรมตารางคำนวณแต่การคำนวณปริมาณวัสดุด้วยการนับจำนวน และวัดระยะจากพิมพเขียวแบบเดิมนั้น มี โอกาสผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้มาก และผู้รับเหมาก่อสร้างเองจะมาต้องเสียเวลา มาประมาณราคาซ้ำซ้อนกันอีกหลายๆครั้ง ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการนำไปใช้งาน เช่น วางแผนงานก่อสร้าง(Project Planning) การจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) เป็นต้น ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างนั้นเสียโอกาสในการชนะการประมูล ไม่มีข้อมูลที่แท้จริง ทำให้ยากในการบริหารจัดการขณะลงมือก่อสร้าง

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์นั้นมีการพัฒนาการไปจากเดิมมาก ทั้งส่วนของฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ ทำให้มีการพัฒนาจากโปรแกรม CAD (Computer-Aided Design / Drafting)  จากเดิมใช้งานหลักคือ การเขียนแบบเป็น 2 มิติ มาทำการจำลองอาคารทั้งหลังเป็น 3 มิติ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการออกแบบอาคารด้วย 3 มิติ  โดยเฉพาะโปรแกรมออกแบบสถาปัตยกรรมปัจจุบันนั้น สามารถสร้างรูปทรงอาคารและชิ้นส่วนอาคารได้เสมือนวัสดุจริง การเพิ่มมิติเข้าไปจากเดิมที่เป็น 3 มิติ ด้านเวลา หรือ การวางแผนงาน มักจะถูกเรียกว่า 4D และการเพิ่มมิติเรื่องต้นทุน หรือ ประมาณราคานี้อีกจะเรียกรวมกันว่า 5D Construction

การประมาณราคาด้วยวิธี Model Based Estimating นี้เป็นการนับหรือคำนวณปริมาตร ปริมาณจากโมเดลอาคาร 3 มิติจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งผมเองได้ติดตามเทคโนโลยีด้านนี้มาตลอดเวลา 3 ปี ทั้ง ดูงาน และร่วมทำ workshop ในต่างประเทศ พอจะสรุปได้ดังนี้

1.Vico Software Constructor™

โดยมีชื่อเดิมคือ
Graphisoft Virtual Constructor ซึ่งชื่อใหม่คือ VICO ซึ่งเป็นคำย่อมาจาก Virtual Constructor นั้นเองโดย Vico Software เป็นโปรแกรมแรกของโลกในการก้าวเข้ามาสู่โลกการก่อสร้าง 5D ซึ่งเริ่มพัฒนาประมาณปี พศ. 2548 โดยอาศัย Engine ของโปรแกรม Archicad เป็นตัวทำงานด้าน CAD และพัฒนาโปรแกรมเพิ่ม เพื่อให้ทำงานได้ครบระบบ ด้วยหลักการ Model Based Estimating มาช่วยประมาณราคาและวางแผนงานก่อสร้าง


โดยอาศัยหลักการสร้างฐานข้อมูลวัสดุก่อสร้างทั้งค่าแรงค่าวัสดุในโปรแกรม
Estimating และ สร้างโมเดลอาคารในโปรแกรม Constructor แล้วให้ทำการเชื่อมโยงกัน โปรแกรม Constructor จะทำการหากชิ้นส่วนโครงสร้างตามที่ระบุตอนสร้างโมเดล เช่น คาน เสา พื้น บันได้ ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3  โดยแต่และชั้นสามารถกำหนดพื้นที่ทำงาน เป็น Phase หรือ Zone ได้ตามต้องการ โปรแกรม Estimating จะทำการคำนวณปริมาณวัสดุและแรงงานที่ใช้ในแต่ละชิ้นส่วนของโครงการให้ อัตโนมัติ หากมีการเปลี่ยนแปลงขนาดโมเดล เช่น เล็ก หรือ ใหญ่ ขึ้น นักประมาณราคาจะสั่งให้โปรแกรมเริ่มคำนวณใหม่ ซึ่งจะทำให้โปรแกรมคำนวณปริมาตรของวัสดุที่ใช้จากโมเดลอัตโนมัติ นักประมาณ ราคาสามารถกำหนดวัสดุที่ใช้ในโมเดลงานสถาปัตย์ เช่น พื้น ผนัง ได้เสมือนจริง เช่น ผนัง สามารถเป็น ไม้ กระเบื้อง อิฐ ประกอบกันได้

(ที่มาของภาพ) http://www.vicosoftware.com/Community/Project_Gallery/tabid/46268/Default.aspx๗

รูปแสดงความสัมพันธ์ในการสร้างสูตรในโปรแกรม Estimating กับโมเดลอาคาร 3 มิติ

รูปความสัมพันธ์ระหว่าง ฐานข้อมูลวัสดุที่ใช้ในโครงการ กับ ฐานข้อมูลวัสดุมาตราฐาน และ โปรแกรม

รูปความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างโปรแกรมในชุดของ Vico Software

รูปถ่ายของผู้เขียนที่หน้าบริษัท Vico Software ที่ Budapest, Hungary เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ซึ่งเพิ่งย้ายเข้าสำนักแห่งใหม่

รูปตัวอย่างโครงการก่อสร้างบ้าน ที่ใช้เทคโนโลยี Model Based Estimating และ 5D ในการทำงาน โดยเชื่อมโยงกับการวางแผนงาน Primavera Engineering & Construction

ท่านเองสามารถศึกษาข้อมูลได้เพิ่มเติมที่ www.twoplussoft.com และ www.vicosoftware.com

2.Design2Cost™

โปรแกรมนี้พัฒนาโดยบริษัท Nemetschek ประเทศเยอรมันนี โดยใช้ ความสามารถ CAD ของโปรแกรม Allplan ในการสร้างโมเดลอาคารเป็น 3 มิติ ซึ่งเป็นโปรแกรมหลักของบริษัท Nemetschek เอง โปรแกรมรองรับงานที่ซับซ้อนได้ดีแต่ใช้งานได้ค่อนข้างยาก และต้องเสียค่าเรียนค่อนข้างสูง และต้องเวลาในการศึกษาหลายเดือนมาก

ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.design2cost.de/de/aktionen.nsf/link/design2cost_overview.html

3.Innovaya Visual Estimatingซึ่งเป็นโปรแกรมของบริษัท Innovaya ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการพัฒนาโดยการใช้โปรแกรมของ Autodesk เป็นตัวสร้างโมเดล ซึ่งรองรับทั้ง Autodesk Architectural Desktop และ Autodesk Revit และใช้โปรแกรมประมาณราคาของ Sage Timberline Estimating เป็นตัวสร้างฐานข้อมูลและสูตรการคำนวณวัสดุ ทำให้ผู้ใช้โปรแกรมต้องเรียนรู้จาก 3 บริษัทมากกว่า 3 โปรแกรม ซึ่งในการปฎิบัติแล้วจะทำให้ผู้ใช้งานประสบปัญหายุ่งยากในการใช้งานมาก

สำหรับโปรแกรม Timberline นั้น ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์การใช้โปรแกรม Timberline มากว่า 5 ปี ทั้งผ่านการใช้ การอบรมจากต่างประเทศ แต่พอหลังโปรแกรมนี้ถูกซื้อกิจการโดยบริษัท Sage ซึ่งเป็นบริษัทเน้นพัฒนาโปรแกรมบัญชี ทำให้โปรแกรมนี้ไม่ได้พัฒนาไปอย่างที่ควรเป็น

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.innovaya.com

ขอบคุณที่มา http://www.thaicontractors.com/


มิถุนายน 1, 2009 at 4:25 am ใส่ความเห็น

แนวทางการประมาณราคากลางสำหรับงานราชการ

แนวทางการประมาณราคากลางสำหรับงานราชการ
บทนำ
ราคากลางคือ ราคามาตรฐานที่ใกล้เคียงความจริงซึ่งสามารถก่อสร้างหรือจัดหาได้จริง และใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้เข้าประกวดราคายื่นเสนอ1.1 ความแตกต่างของต้นทุน (Cost) และราคา (Price)
ต้นทุน หมายถึง ผลรวมของทรัพยากรที่จะต้องใช้เพื่อการผลิตและนำผลิตภัณฑ์นั้นออกจำหน่ายหรือใช้ประโยชน์
ราคา หมายถึง มูลค่าที่จะนำไปใช้ในลักษณะของการตลาด ราคาอาจจะเท่ากับต้นทุนหรือราคาอาจจะถูกปรับปรุงให้ตรงกับความต้องการของ ตลาด ราคาเป็นคุณค่าที่ผู้ทำผลิตภัณฑ์เป็นผู้กำหนด และปรกติราคาจะสูงกว่าต้นทุนการผลิตและการจำหน่าย โดยมีการบวกกำไรที่คาดหวังเข้าไปในราคานั้นแล้ว

1.2 การประมาณต้นทุน
การประมาณ หมายถึง การวิเคราะห์ การให้ความเห็น การพยากรณ์ หรือการคาดหมายล่วงหน้า ดังนั้นการประมาณต้นทุนจึงเป็นการวิเคราะห์ หรือการให้ความเห็นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน หรือกระบวนการผลิต ซึ่งอาจเป็นการทำผลิตภัณฑ์ การจัดทำโครงการ หรือการผลิตงานบริการ การประมาณ (คำนาม) หมายถึง การประเมินค่าแบบให้ออกมาในรูปของค่าใช้จ่าย หรือให้เป็นจำนวนหรือเป็นมูลค่า การประมาณ (กริยา) หมายถึงประเมินค่า กำหนดค่า หรือตีราคาการประมาณ เป็นศิลปะของการประมาณการเกี่ยวกับคุณค่าหรือค่าใช้จ่ายที่อาจเป็นไปได้ โดยอาศัยข้อมูลที่สามารถจะหาได้ในขณะนั้น ขอบเขตงานประมาณยังรวมถึงการสะสมข้อมูล การจัดทำรายงานเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย และยังครอบคลุมถึงการกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับชั่วโมงแรงงานและค่าวัตถุ

1.3 องค์ประกอบของราคา

• วัสดุ
o วัสดุธรรมชาติ
o แหล่งวัสดุ
o วัสดุจากการผลิต
o แรงงานในการผลิต
o เครื่องจักรในการผลิต
o แรงงานในการลำเลียง
o ค่าขนส่ง
o ความสูญเสีย• ค่าแรง
o แรงงานคน
o เครื่องมือ
o เครื่องจักร

• ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ (Factor F)
o ค่าดำเนินการ
o กำไร
o ภาษี
o ดอกเบี้ย
o ฯลฯ

• เวลา

2. ข้อควรพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการประมาณราคา

2.1เตรียมการ
• ศึกษา แบบ ข้อกำหนด และเอกสารประกวดราคา
• จัดแบ่งหมวดหมู่ของงาน
• จัดทำบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา

2.2 การดำเนินงาน
• ถอดแบบ
• จัดทำต้นทุนต่อหน่วย
• พิจารณาค่า Factor “F” ที่เหมาะสม สรุปเป็นราคาโครงการ
• ตรวจทาน

2.3 การเก็บข้อมูล
• รวบรวมราคางานที่ได้จัดทำไว้ แยกเป็นหมวดหมู่
• มีระบบการจัดเก็บที่ดี
• ติดตามผลการประกวดราคา เปรียบเทียบราคากับราคากลาง

2.4 การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : Project Management for Engineering and Construction by Garold D.Oberlender



3. แบบฟอร์มที่ใช้ในการประมาณราคา
• แบบฟอร์ม ปร. 1 ใช้ประมาณการถอดแบบหาปริมาณงานและวัสดุทั่วไป
• แบบฟอร์ม ปร. 2 ใช้ประมาณการถอดแบบงานคอนกรีต ไม้แบบ ไม้ค้ำยันและเหล็กเสริม
• แบบฟอร์ม ปร. 3 ใช้ประมาณการถอดแบบงานไม้
• แบบฟอร์ม ปร. 4 ใช้สำหรับรวมปริมาณงานแต่ละประเภท
• แบบฟอร์ม ปร. 5 ใช้สรุปราคาค่าก่อสร้าง
• แบบฟอร์ม ปร. 6 ใช้สรุปราคาค่าก่อสร้าง กรณีมีการก่อสร้างหลายงานหรือใช้เปรียบเทียบราคา

รายละเอียดแบบฟอร์ม ดูได้จาก หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางของงานก่อสร้างอาคาร ของกรมโยธาธิการและผังเมือง http://www.dpt.go.th/dpt2549/knowledge/stdprice.pdf

4. Back up Sheets
• Back up Sheets คือ กระดาษคำนวณแสดงที่มา ของปริมาณวัสดุ หรือต้นทุนต่อหน่วยของงานแต่ละประเภท
• Back up Sheets ที่ดี ควรมีความละเอียด ชัดเจน และแสดงแหล่งที่มาของข้อมูล

5. Factor F
http://www.gprocurement.go.th/02_price/index.php

5.1 ความหมาย
Factor F คือ ค่าตัวเลขซึ่งกำหนดขึ้นตามมติคณะกรรมการควบคุมราคากลาง (ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2546) ใช้คูณราคาต่อหน่วยของต้นทุน (Unit Cost) ออกมาเป็น ราคาค่างานของโครงการ Factor F ประกอบด้วย ค่าอำนวยการ ดอกเบี้ย กำไร และภาษี

5.2 ประเภทของ Factor F
Factor F แบ่งออกเป็น 3 ประเภทงานคือ
• งานทาง http://www.gprocurement.go.th/02_price/Froad2.xls
• งานสะพานและท่อเหลี่ยม
http://www.gprocurement.go.th/02_price/Fbridge2.xls
• งานอาคาร
http://www.gprocurement.go.th/02_price/Fbuild2.xls

6. ค่า “K”
จากถามตอบค่า K
http://www.price.moc.go.th/ki/handbook/desc/handbook.htm

6.1 ความหมาย
ค่า “K” หรือ ESCALATION FACTOR คือ ตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างาน ณ ระยะเวลาที่ผู้รับเหมาก่อสร้างเปิดซองประกวดราคาได้ เปรียบเทียบกับระยะเวลาที่ส่งงานในแต่ละงวด โดยมีเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้

1. จะใช้ “ค่า K” ได้เฉพาะในกรณีที่ผู้รับเหมารับงานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น เท่านั้น
2. ในการทำสัญญาว่าจ้าง คู่สัญญาจะต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่า เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ในการประกวดราคาจ้างเหมาก่อสร้าง

6.2. ความเป็นมา
การนำ “ค่า K” มาใช้ เริ่มจากในช่วงปี 2516 – 2517 เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยน้ำมันและวัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กสำเร็จรูปต่างๆ ขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจก่อสร้างโดยตรงและรุนแรง ผู้รับเหมาต่างได้รับความเดือดร้อน บางรายหยุดดำเนินการ บางรายละทิ้งงาน เพราะไม่สามารถรับภาระขาดทุนได้ ขณะเดียวกัน ผู้จ้างเหมาก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้นำ “ค่า K” มาใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาให้ได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ทั้งนี้มีคณะอนุกรรมการเป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์ เงื่อนไข สูตร ประเภท และลักษณะงานที่เข้าข่ายสามารถขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาลได้ จนถึงปี 2524 รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการใช้ “ค่า K” เนื่องจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้นำ “ค่า K” มาใช้อีกครั้ง เนื่องจากผลของภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราสูง ก่อให้เกิดการลงทุนอย่างมากในธุรกิจหลายสาขา โดยเฉพาะธุรกิจการก่อสร้าง เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ขยายตัว เป็นเหตุให้วัสดุก่อสร้างสำคัญ คือ เหล็กเส้นขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลจึงให้ความช่วยเหลือโดยมีมติดังกล่าว ให้ใช้ “ค่า K” มาจนถึงปัจจุบัน

6.3 องค์ประกอบของค่า K
ค่า K ประกอบด้วยตัวแปรต่าง ๆ ดังนี้
M = ดัชนีราคาสินค้าวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์)
S = ดัชนีราคาเหล็ก
C = ดัชนีราคาซีเมนต์
G = ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบ
F = ดัชนีราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
A = ดัชนีราคาแอสฟัลท์
E = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์
GIP = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี
AC = ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน
PVC = ดัชนีราคาท่อ PVC
PE = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
W = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า
I = ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศ

7. ความละเอียดถูกต้องในการประมาณราคา
7.1 ประเภทและความละเอียดถูกต้องในการประมาณราคา
• Estimates for Conceptual Planning
• Estimates for Feasibility
• Estimates during Engineering and design
• Estimates for Construction
• Estimates for Change Orders

Percentage of enginering complete

ภาพแสดงความละเอียดถูกต้องในการประมาณราคา


AACE: The Association for the Advancement of Cost Engineering
http://www.aacei.org/

7.2 รายการงานตรวจสอบ (Checklist)
• ได้รับแบบครบถ้วนหรือไม่
• แบบที่ได้รับเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่
• แบบที่ใช้ในการถอดแบบเป็นฉบับล่าสุดหรือไม่
• ข้อมูลระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต้องรื้อย้าย ก่อสร้างใหม่มีครบถ้วนหรือไม่
• ได้คำนึงถึงวิธีการก่อสร้างว่าจำเป็นต้องมีงานชั่วคราว เช่น Sheet Pile, Coffer Dam หรือการสูบน้ำระหว่างการก่อสร้างหรือไม่
• ได้คำนวณปริมาณงานงานชั่วคราว เพื่อใช้ในการประมาณราคาหรือไม่
• เข้าใจในวิธีการก่อสร้างหรือไม่
• ได้สอบทานตัวเลขและการคำนวณแล้วหรือไม่
• หน่วยที่ใช้ถูกต้องหรือไม่
• ปริมาณงานครบถ้วนหรือไม่
• Back up Sheet ชัดเจนและสะดวกในการตรวจสอบหรือไม่
• Back up Sheet ครบถ้วนหรือไม่
• ลายมือ ตัวเลข ชัดเจนหรือไม่
• ตรวจสอบ พิสูจน์อักษรแล้วหรือไม่
• กรณีใช้ Computer ช่วยในการคำนวณ มีรายละเอียดสูตรการคำนวณ และตัวอย่างหรือไม่
• Diskettes ที่ใช้ จะต้องมีระบบการจัดเก็บ ระบบการจัดเก็บเป็นอย่างไร
• ได้ตรวจสอบดูสถานที่ก่อสร้างหรือไม่
• ราคาวัสดุ Update หรือไม่
• หน่วยในการจ่ายเงินสอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิค (Specifications)และบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา (Bill of Quantities/B.O.Q.) หรือไม่
• กรณีที่บัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา (Bill of Quantities/B.O.Q.) ระบุให้ใส่ค่า K (Escalation Factor, สูตรการปรับราคา) ถูกต้องและสอดคล้องกับเอกสารประกวดราคาหรือไม่
• Factor F (ค่าดำเนินการ กำไร และภาษี) Update และถูกต้องตามระเบียบของทางราชการหรือไม่
• ระบบการจัดเก็บเอกสาร (Filing) การผลิต (Reproduction) และการแจกจ่าย (Distribution) ปลอดภัยและเน้นว่าเป็นเอกสาร “ลับ” หรือไม่
• ราคาวัสดุที่ใช้เป็นราคาที่รวมค่าขนส่งถึงสถานที่ก่อสร้างแล้วหรือไม่
• งานดินขุดรวมค่าขนส่งดินไปทิ้งแล้วหรือไม่
• แบบที่ใช้ในการถอดแบบมีข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ เช่น กำลังของคอนกรีต ความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม ความยาวของเสาเข็มและอื่น ๆ
• มีรายการวัสดุครบถ้วนหรือไม่
• งานที่มีความต่อเนื่องและเกี่ยวพันกัน มีการแบ่งแยกงานจากกันชัดเจนหรือไม่และต้องสามารถตรวจสอบได้ง่าย
• วัสดุที่ระบุให้ใช้ตามแบบ มีขายในท้องตลาดหรือไม่
• ใบเสนอราคามีครบถ้วนหรือไม่

8. แหล่งข้อมูล
8.1. ความรู้ทั่วไป
1. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕
http://www.gprocurement.go.th/04_law/procedure.zip
2. The International Cost Engineering Council
http://www.icoste.org/ceqspm.htm
3. The Society of Cost Estimating and Analysis (SCEA)
http://www.sceaonline.net/
http://www.sceaonline.net/prof_dev/costprof.cfm
4. The Association for the Advancement of Cost Engineering
http://www.aacei.org/resources/
5. International Construction Information Society. A Description and Comparison of National Specification Systems.
http://www.icis.org
http://www.icis.org/index.php?page=rtdocs/index.php
6. Construction Specifications Institute (CSI).
MasterFormat? 2004 Edition: Numbers & Titles (PDF).
http://www.csinet.org/s_csi/pdf.asp?TP=/s_csi/docs/9400/9361.pdf

8.2. ข้อมูลราคา
1. ราคาวัสดุก่อสร้าง โดย สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
http://www.price.moc.go.th/struct/index.asp
2. หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง
http://www.gprocurement.go.th/02_price/index_2.php
สรุปสาระสำคัญ
http://www.gprocurement.go.th/02_price/Price_new/Total.zip
แนวทางปฏิบัติและรายละเอียดประกอบ
http://www.gprocurement.go.th/02_price/Price_new/Detail.zip
งานก่อสร้างอาคาร
http://www.gprocurement.go.th/02_price/Price_new/Build.zip
งานก่อสร้างทาง สะพาน และท่อเหลี่ยม
http://www.gprocurement.go.th/02_price/Price_new/Road.zip
งานก่อสร้างชลประทาน
http://www.gprocurement.go.th/02_price/Price_new/Dump.zip
3. หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางของงานก่อสร้างอาคาร ของกรมโยธาธิการและผังเมือง
http://www.dpt.go.th/dpt2549/knowledge/stdprice.pdf
4. มาตรฐานงบประมาณ
บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ ปี 2549
http://www.bb.go.th/bbhome/page.asp?option=content&dsc=%C1%D2%B5%C3%B0%D2%B9%A4%C3%D8%C0%D1%B3%B1%EC&folddsc=07002
บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 (กุมภาพันธ์ 2550)
ราคาวัสดุก่อสร้างมวลรวมต่อหน่วยตามมาตรฐานงานช่าง กรกฎาคม 2549
บัญชีค่าแรงงานที่ใช้ประกอบการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร ปี 2548
http://www.bb.go.th/bbhome/page.asp?option=content&dsc=%C1%D2%B5%C3%B0%D2%B9%CA%D4%E8%A7%A1%E8%CD%CA%C3%E9%D2%A7&folddsc=07003
บัญชีอัตราราคางานต่อหน่วย (ตุลาคม 2549)
เกณฑ์ราคาค่าก่อสร้างทาง น้ำ และเขื่อน
โดย สำนักงบประมาณ
http://www.bb.go.th/bbhome/index.asp
5. Factor F
สำนักพัฒนามาตรฐานระบบพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง
http://www.gprocurement.go.th/
หลักเกณฑ์การใช้ตาราง Factor F
http://www.gprocurement.go.th/02_price/index.php
6. ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร
สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
http://www.thaiappraisal.org/Thai/Value/Value1.htm
http://www.thaiappraisal.org/pdfNew/const/cost49-web.pdf

8.3. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
Project Management for Construction Fundamental Concepts for Owners, Engineers, Architects and Builders
http://www.ce.cmu.edu/pmbook/

8.4 หนังสือแนะนำ
1. แนวทางการจัดการข้อมูลงานก่อสร้างสำหรับการประเมินและควบคุมราคางานก่อสร้าง
โดย คณะอนุกรรมการ สาขาบริหารงานก่อสร้าง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
2. แนวทางการวัดปริมาณงานก่อสร้างในส่วนของงานโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรม
โดย คณะอนุกรรมการ สาขาบริหารงานก่อสร้าง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
3. การประมาณต้นทุน ศ. พล.ท. มณเฑียร ประจวบดี
4. กลยุทธ์การวิเคราะห์ราคางานก่อสร้าง โดย อ. ปริญญา ศุภศรี
5. การประมูลและควบคุมต้นทุน โดย อ. ปริญญา ศุภศรี
6. การประมาณราคาก่อสร้าง โดย รศ. ดร. พิภพ สุนทรสมัย
7. ประมาณราคางานก่อสร้าง โดย อ. อุทัย อนันต์
8. ข้อมูลต้นทุนงานก่อสร้าง โดย ผศ. วิสูตร จิระดำเกิง
9. สัญญา ข้อกำหนด และการประมาณราคาค่าก่อสร้าง โดย ผศ. วิสูตร จิระดำเกิง
10. การสำรวจปริมาณและการประมาณราคา (Quantity Survey and Cost Estimate) โดยมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
11. ราคาค่าก่อสร้างต่อหน่วยสำเร็จรูป โดย ALPHA TEAM
http://www.geocities.com/civil2529/
12. The Engineer’s Cost Handbook. Edited by Richard E. Westney.
13. Construction Cost Analysis and Estimating by Phillip F. Ostwald.
14. Project Management for Engineering and Construction by Garold D. Oberlender.
15. Jelen’s Cost and Optimization Engineering by Kenneth K. Humphreys

ขอบคุณที่มา http://www.thaicontractors.com/

มิถุนายน 1, 2009 at 4:34 am ใส่ความเห็น


ปฏิทิน

ตุลาคม 2014
พฤ อา
« มิ.ย.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

คลังเก็บ


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.